Sign in Subscribe
NewsPunk › ประวัติ The Misfits: จาก…
Punk

ประวัติ The Misfits: จาก Static Age สู่ตำนาน Horror Punk

The Misfits in Lodi, New Jersey, 1978. Official archive: Misfits.com / Cyclopian Music Inc.

The Misfits เป็นวงที่ทำให้ภาพยนตร์สยองขวัญ สัตว์ประหลาด และพังก์ร็อกกลายเป็นเรื่องเดียวกัน พวกเขาเริ่มจากเมืองเล็กในรัฐนิวเจอร์ซีย์ แต่เพลงสั้นอย่าง “Hybrid Moments”, “Last Caress”, “Astro Zombies” และ “Die, Die My Darling” กลับส่งอิทธิพลไปไกลถึงวงพังก์ ฮาร์ดคอร์ และเมทัลทั่วโลก

ประวัติของวงไม่ได้เป็นเส้นตรง มีทั้งการเปลี่ยนสมาชิก การแยกวง คดีเรื่องชื่อวง และการกลับมารวมตัวหลังห่างกันนานกว่า 30 ปี บทความนี้จึงแบ่งเรื่องตามแต่ละยุค เพื่อให้เห็นว่าทำไมเสียงร้องและน้ำหนักดนตรีเปลี่ยนไป แต่ภาพหนังสยองขวัญกับท่อนร้องติดหูยังเป็นแกนเดียวกันเสมอ

ภาพวาด The Misfits ไลน์อัปยุค Michale Graves และอัลบั้ม Famous Monsters
ภาพประกอบ The Misfits ไลน์อัปยุค Michale Graves ช่วง American Psycho และ Famous Monsters

จุดเริ่มต้นที่ Lodi ในปี 1977

The Misfits ก่อตั้งในเดือนเมษายน 1977 ที่เมือง Lodi รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดย Glenn Danzig และ Jerry Caiafa ซึ่งต่อมาใช้ชื่อ Jerry Only ชื่อวงมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Misfits ที่ออกฉายในปี 1961 และเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของ Marilyn Monroe

สมาชิกชุดแรกมี Glenn ร้องนำและเล่นคีย์บอร์ด Jerry เล่นเบส และ Manny Martínez เล่นกลอง ตอนนั้นวงยังไม่มีกีตาร์ ซิงเกิลแรก “Cough/Cool” จึงมีเสียงคีย์บอร์ดที่ต่างจากภาพจำของ Misfits ในเวลาต่อมา การแสดงครั้งแรกเกิดขึ้นที่ CBGB ในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 18 เมษายน 1977

Glenn ตั้งค่าย Blank Records เพื่อออกผลงานเองตั้งแต่แรก วิธีทำงานแบบนี้ทำให้วงควบคุมเพลง ปก และภาพลักษณ์ได้ทั้งหมด แม้เงินจะน้อยและต้องจัดการหลายอย่างกันเอง แต่มันกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของวงในช่วงหกปีแรก

สมาชิก The Misfits ปี 1978 ถ่ายภาพใกล้กำแพงอิฐในเมือง Lodi
Glenn Danzig, Mr. Jim, Jerry Only และ Franché Coma ในปี 1978 ภาพจาก คลังภาพทางการ Misfits.com / Cyclopian Music Inc.

สมาชิกยุค Static Age และอัลบั้มที่ต้องรอเกือบ 20 ปี

เมื่อ Franché Coma เข้ามาเล่นกีตาร์ และ Mr. Jim รับหน้าที่กลอง เสียงของวงเริ่มใกล้กับพังก์ดิบที่แฟนเพลงรู้จักมากขึ้น ในปี 1978 วงแลกสิทธิ์การใช้ชื่อ Blank Records กับ Mercury Records เพื่อขอเวลาอัดเสียงฟรี 30 ชั่วโมง ผลที่ได้คือเพลงชุด Static Age

วงบันทึก “Static Age”, “TV Casualty”, “Hybrid Moments”, “Last Caress”, “We Are 138” และ “Teenagers from Mars” เอาไว้ แต่หาเงินและค่ายที่จะออกอัลบั้มเต็มไม่ได้ บางเพลงจึงถูกนำไปใช้ในซิงเกิลหรืออัลบั้มรวมเพลงก่อน

Static Age ได้ออกครบครั้งแรกในกล่องชุดปี 1996 และออกแยกในปี 1997 เรื่องนี้ทำให้อัลบั้มมีสถานะแปลก เพราะเป็นงานเต็มชุดแรกที่วงบันทึก แต่กลับออกขายหลังอัลบั้มยุคหลังหลายชุด

The Misfits ไลน์อัป Famous Monsters ปี 1999 มี Michale Graves Jerry Only Doyle และ Dr. Chud
The Misfits ชุด Famous Monsters ปี 1999: Michale Graves, Jerry Only, Doyle Wolfgang von Frankenstein และ Dr. Chud ภาพประชาสัมพันธ์โดย Boris Vallejo จาก ชุดสื่อ Roadrunner Records

จากพังก์ดิบสู่ต้นแบบ Horror Punk

ช่วงแรก The Misfits ยังไม่ได้แต่งตัวเป็นวงสยองขวัญเต็มรูปแบบ ภาพนั้นค่อย ๆ ชัดขึ้นในปี 1979 เมื่อวงออกซิงเกิล “Horror Business” และเริ่มนำหนังสยองขวัญ หนังไซไฟเกรดบี และเรื่องสัตว์ประหลาดมาใช้ทั้งในเนื้อเพลง ปกแผ่นเสียง และการแต่งตัว

หัวกะโหลกที่แฟนเพลงเรียกว่า Fiend Skull ถูกดัดแปลงจากตัวละคร The Crimson Ghost และกลายเป็นสัญลักษณ์ของวง เสื้อผ้าสีดำ เสื้อหนัง เครื่องสำอางแบบศพ และทรงผม devilock ทำให้วงมีหน้าตาที่จำได้ทันที แม้คนดูจะยังไม่เคยฟังเพลง

ภาพลักษณ์ไม่ได้แยกจากเพลง ท่อนร้องของ Glenn มีความเป็นร็อกแอนด์โรลและดูวอปยุค 1950 อยู่ใต้เสียงกีตาร์แตก เนื้อเพลงเล่าเรื่องซอมบี้ มนุษย์ต่างดาว และฆาตกรเหมือนดูหนังรอบดึก เพลงจึงทั้งน่ากลัว ติดหู และร้องตามง่าย

Michale Graves และ Dr. Chud ในมิวสิกวิดีโอ Scream ของ The Misfits ปี 1999
Michale Graves และ Dr. Chud ในภาพนิ่งจากมิวสิกวิดีโอ “Scream!” ปี 1999 กำกับโดย George A. Romero ภาพจาก คลิปวิดีโอปี 1999

Doyle เข้าร่วมและ Walk Among Us ทำให้ชื่อวงกว้างขึ้น

หลังจาก Franché Coma ออกจากวง Bobby Steele เข้ามาเล่นกีตาร์ ก่อนที่ Doyle Wolfgang von Frankenstein น้องชายของ Jerry Only จะรับตำแหน่งต่อในปี 1980 Doyle เคยช่วยงานวงมาก่อน เขาฝึกกีตาร์อย่างหนักและนำเสียงคอร์ดหนา หนัก และตรงเข้ามาเสริมเพลงของ Glenn

สมาชิกชุด Glenn, Jerry, Doyle และมือกลอง Arthur Googy บันทึกเพลงช่วง 3 Hits from Hell, ซิงเกิล “Halloween” และอัลบั้ม Walk Among Us ซึ่งออกในปี 1982 นี่คืออัลบั้มเต็มชุดแรกของวงที่ได้วางขายจริงในเวลาที่บันทึก

“20 Eyes”, “I Turned Into a Martian”, “Astro Zombies” และ “Skulls” แสดงสูตรของวงได้ชัด เพลงสั้น กีตาร์เดินหน้า ท่อนร้องจำง่าย และเนื้อหามาจากหนังสยองขวัญ ชุดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้จัก Misfits ยุคดั้งเดิม

Michale Graves แสดงสดกับ The Misfits ในไลน์อัปยุค Famous Monsters
Michale Graves แสดงสดกับ The Misfits ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ภาพ: themockstar / CC BY 2.0

Earth A.D. กับเสียง Hardcore ที่เร็วและหนักขึ้น

ช่วงปลายยุคแรก ดนตรีของวงเร็วและรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือกลอง Robo ซึ่งเคยอยู่ Black Flag เข้ามาร่วมงานในช่วงอัลบั้ม Earth A.D./Wolfs Blood ปี 1983 เสียงกลอง กีตาร์ และเบสอัดแน่นจนหลายเพลงขยับเข้าใกล้ hardcore punk และ speed metal

“Earth A.D.”, “Death Comes Ripping”, “Green Hell”, “Demonomania” และ “We Bite” แทบไม่เปิดพื้นที่ให้พัก แต่ท่อนร้องยังมีเมโลดี้แบบ Misfits อยู่ อัลบั้มนี้จึงมีอิทธิพลต่อทั้งวงฮาร์ดคอร์และวงเมทัลที่เกิดตามมา

“Die, Die My Darling” ถูกบันทึกในช่วงเดียวกันและออกเป็นซิงเกิลในปี 1984 หลังวงแยกกันแล้ว เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่คนรู้จักมากที่สุด และถูกนำไปร้องใหม่โดย Metallica ในเวลาต่อมา

Michale Graves และ Doyle แสดงสดกับ The Misfits ในยุคปลายทศวรรษ 1990
Michale Graves และ Doyle Wolfgang von Frankenstein บนเวทีในไลน์อัปเดียวกับยุค Famous Monsters ภาพ: themockstar / CC BY 2.0

การแยกวงในปี 1983 และมรดกของยุค Glenn Danzig

ความขัดแย้งเรื่องทิศทางวงและการจัดการสะสมมานาน ก่อน The Misfits จะแยกกันหลังการแสดงในปี 1983 Glenn Danzig เดินหน้าทำ Samhain และต่อมาคือ Danzig ส่วน Jerry Only กับ Doyle ไปทำวง Kryst the Conqueror และยังรักษาชื่อกับภาพของ Misfits เอาไว้

แม้วงจะหยุดทำงาน เพลงกลับแพร่กว้างขึ้นจากการแลกเทป เสื้อวง และวงรุ่นหลังที่นำเพลงไปคัฟเวอร์ Metallica อัด “Last Caress”, “Green Hell” และ “Die, Die My Darling” ส่วน Guns N’ Roses นำ “Attitude” ไปบันทึกใหม่ ทำให้ผู้ฟังร็อกและเมทัลย้อนกลับไปค้นหาต้นฉบับ

อัลบั้มรวมเพลง Legacy of Brutality, Collection I, Collection II และกล่องชุดปี 1996 ช่วยรวบรวมเพลงที่เคยกระจัดกระจายตามซิงเกิลหายาก แต่ก็ทำให้เพลงเดียวกันมีหลายเวอร์ชันและปรากฏซ้ำในหลายชุด

The Original Misfits แสดงสดที่ Riot Fest Chicago ปี 2016
The Original Misfits ที่ Riot Fest Chicago ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0

การกลับมาในยุค Michale Graves

หลังการต่อสู้ทางกฎหมายยาวนาน ข้อตกลงในปี 1995 เปิดทางให้ Jerry Only ใช้ชื่อ Misfits สำหรับการแสดงและการบันทึกเพลง สมาชิกชุดใหม่มี Michale Graves ร้องนำ Doyle เล่นกีตาร์ Dr. Chud เล่นกลอง และ Jerry เล่นเบส

American Psycho ออกในปี 1997 พร้อมเสียงที่หนาและสะอาดกว่ายุคแรก เพลง “Dig Up Her Bones” ทำให้วงเข้าถึงผู้ฟังรุ่นใหม่ ส่วน Famous Monsters ปี 1999 มีเพลงเด่นอย่าง “Scream!”, “Saturday Night” และ “Helena”

เสียงร้องของ Graves ต่างจาก Glenn ชัดเจน เขาร้องสูงและเน้นเมโลดี้มากกว่า ทำให้แฟนบางส่วนแยกสองยุคออกจากกัน แต่เพลงช่วงนี้ก็กลายเป็นทางเข้าหลักของคนที่รู้จักวงผ่านมิวสิกวิดีโอและพังก์ปลายทศวรรษ 1990

Glenn Danzig Jerry Only และ Doyle บนเวที Riot Fest Chicago ปี 2016
Glenn Danzig, Jerry Only และ Doyle กลับมาเล่นเพลงร่วมกันที่ Riot Fest Chicago ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0

Jerry Only รับหน้าที่ร้องนำและพาวงเข้าสู่ยุคใหม่

หลัง Michale Graves และ Dr. Chud ออกจากวง ไลน์อัปเปลี่ยนอีกหลายครั้ง Jerry Only ขยับมาร้องนำพร้อมเล่นเบส โดยมี Dez Cadena อดีตสมาชิก Black Flag เล่นกีตาร์ และมีทั้ง Marky Ramone, Robo รวมถึง Eric “Chupacabra” Arce ผลัดกันรับหน้าที่กลองในช่วงต่าง ๆ

Project 1950 ปี 2003 เป็นอัลบั้มคัฟเวอร์เพลงร็อกแอนด์โรลยุค 1950 เช่น “This Magic Moment” และ “Dream Lover” ชุดนี้ทำให้เห็นว่าเมโลดี้เก่าและเสียงประสานแบบดูวอปเป็นส่วนหนึ่งของ Misfits มาตั้งแต่ต้น

ปี 2011 วงออก The Devil’s Rain ซึ่งเป็นอัลบั้มเต็มเพลงแต่งใหม่ชุดแรกในรอบเกือบทศวรรษ เพลง “Twilight of the Dead”, “Dark Shadows” และเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มยังยึดหนังสยองขวัญเป็นหัวใจ แต่ใช้การผลิตเสียงที่ใหญ่และหนักขึ้น

The Original Misfits บนเวทีพร้อมฉาก Fiend Skull ที่ Riot Fest 2016
เวที Original Misfits กับฉาก Fiend Skull ที่ Riot Fest Chicago ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0

Original Misfits กลับมารวมตัวหลังผ่านไป 33 ปี

ในปี 2016 Glenn Danzig, Jerry Only และ Doyle ประกาศกลับมาแสดงร่วมกันในชื่อ The Original Misfits ที่ Riot Fest เมืองเดนเวอร์และชิคาโก นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปีที่สมาชิกแกนหลักชุดนี้อยู่บนเวทีเดียวกัน

การแสดงช่วงรวมตัวมี Dave Lombardo เล่นกลอง และบางงานมี Acey Slade เล่นกีตาร์เสริม หลังจากนั้นวงเลือกเล่นเป็นงานพิเศษมากกว่าทัวร์ต่อเนื่อง มีทั้งคอนเสิร์ตสนามกีฬา Madison Square Garden, Riot Fest, No Values และเทศกาลอื่น ๆ

การกลับมาครั้งนี้ยังไม่มีอัลบั้มใหม่ตามมา จุดสำคัญคือการได้ฟังเพลงยุค 1977-1983 จากเสียงร้องของ Glenn เบสของ Jerry และกีตาร์ของ Doyle อีกครั้ง พร้อมเวทีขนาดใหญ่ที่นำ Fiend Skull กับภาพหนังสยองขวัญมาใช้เต็มรูปแบบ

The Original Misfits แสดงสดท่ามกลางแสงสีแดงที่ Riot Fest Chicago ปี 2016
The Original Misfits บนเวที Riot Fest Chicago ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0

The Misfits ในปัจจุบันและอิทธิพลต่อวงรุ่นหลัง

ณ เดือนกรกฎาคม 2026 แกนของ Original Misfits ยังหมายถึง Glenn Danzig, Jerry Only และ Doyle โดยสมาชิกสนับสนุนสำหรับการแสดงอาจเปลี่ยนตามงาน วงไม่ได้ประกาศทัวร์ยาวต่อเนื่อง แต่กลับมาเล่นเป็นครั้งคราว การแสดงใหญ่ล่าสุดที่ยืนยันได้คือ Coachella เดือนเมษายน 2025

สตูดิโออัลบั้มล่าสุดยังคงเป็น The Devil’s Rain ปี 2011 และยังไม่มีการประกาศอัลบั้มใหม่จากสมาชิกชุด Original Misfits อย่างเป็นทางการ จึงควรแยกคำว่า “วงในปัจจุบัน” ออกจาก “ไลน์อัปอัลบั้มล่าสุด” เพราะเป็นคนละช่วงของประวัติวง

สิ่งที่ The Misfits ทิ้งไว้ไม่ได้มีแค่แนว horror punk พวกเขาพิสูจน์ว่าดนตรีหนักและเร็วสามารถมีเมโลดี้แบบเพลงป๊อปเก่าได้ ภาพลักษณ์ที่วงทำเองสามารถกลายเป็นภาษาสากล และเพลงความยาวไม่กี่นาทีก็ส่งอิทธิพลได้ทั้งพังก์ ฮาร์ดคอร์ เมทัล และอัลเทอร์เนทีฟ

สมาชิกสำคัญในแต่ละยุค

  • ยุคก่อตั้ง 1977: Glenn Danzig, Jerry Only และ Manny Martínez
  • ยุค Static Age 1978: Glenn Danzig, Jerry Only, Franché Coma และ Mr. Jim
  • ยุคคลาสสิกช่วงท้าย: Glenn Danzig, Jerry Only, Doyle, Arthur Googy หรือ Robo
  • ยุคกลับมาในปี 1995: Michale Graves, Jerry Only, Doyle และ Dr. Chud
  • ยุค Jerry Only ร้องนำ: Jerry Only, Dez Cadena และมือกลองที่เปลี่ยนตามช่วงเวลา
  • Original Misfits: Glenn Danzig, Jerry Only และ Doyle พร้อมนักดนตรีสนับสนุนในการแสดงสด

ภาพ The Misfits เพิ่มเติม

The Original Misfits แสดงสดบนเวที Riot Fest Chicago ปี 2016
The Original Misfits ที่ Riot Fest Chicago ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0
เวที The Original Misfits ที่ Riot Fest Chicago ปี 2016
เวที Original Misfits ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0
The Original Misfits แสดงสดกับฉากโลโก้สีแดงในปี 2016
The Original Misfits กับฉากเวทีสีแดง ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0
The Original Misfits แสดงสดที่ Riot Fest Chicago พร้อมแสงสีแดง
การแสดงที่ Riot Fest Chicago ปี 2016 ภาพ: swimfinfan / CC BY-SA 2.0
Jerry Only Eric Arce และ Dez Cadena แสดงสดกับ The Misfits ปี 2012
Jerry Only, Eric Arce และ Dez Cadena แสดงสดกับ The Misfits ปี 2012 ภาพ: IllaZilla / CC BY-SA 3.0

Keywords: ประวัติ The Misfits, The Misfits สมาชิก, The Misfits อัลบั้ม, Horror Punk, Glenn Danzig, Jerry Only, Doyle, Michale Graves, Original Misfits, เพลง The Misfits

แหล่งข้อมูลหลัก: Official Misfits Bio, Official Misfits Discography, Official Misfits News และ Wikimedia Commons: Riot Fest 2016

อัลบั้มทั้งหมดของ The Misfits

รายการนี้รวมอัลบั้มเต็มที่ออกอย่างเป็นทางการ 14 ชุด แบ่งเป็นสตูดิโออัลบั้ม 7 ชุด อัลบั้มแสดงสด 3 ชุด และอัลบั้มรวมเพลง 4 ชุด ไม่นับซิงเกิล อีพี กล่องรวมผลงาน และ 12 Hits from Hell ซึ่งถูกยกเลิกก่อนวางจำหน่าย

สตูดิโออัลบั้ม 7 ชุด

ปกอัลบั้ม Static Age ของ The Misfits

Static Age

บันทึกปี 1978 · ออกครบปี 1996/1997

อัลบั้มเต็มชุดแรกที่วงบันทึก แต่ต้องรอเกือบ 20 ปีกว่าจะได้ฟังครบ เป็นจุดที่เสียงพังก์ดิบ เมโลดี้แบบร็อกเก่า และเนื้อหาหนังสยองขวัญเริ่มรวมตัวกัน

เพลงแนะนำ: “Hybrid Moments”, “Last Caress”, “We Are 138”

ปกอัลบั้ม Walk Among Us ของ The Misfits

Walk Among Us

1982

อัลบั้มเต็มชุดแรกที่ออกขายในเวลาที่วงยังทำงานอยู่ เพลงกระชับ ร้องตามง่าย และเป็นภาพจำของ Misfits ยุค Glenn Danzig ที่ชัดที่สุดชุดหนึ่ง

เพลงแนะนำ: “Astro Zombies”, “Skulls”, “I Turned Into a Martian”

ปกอัลบั้ม Earth A.D. ของ The Misfits

Earth A.D./Wolfs Blood

1983

ชุดที่เร็ว หนัก และใกล้ hardcore มากที่สุดของยุคแรก เสียงของอัลบั้มส่งต่ออิทธิพลไปยังวงพังก์และเมทัลจำนวนมาก

เพลงแนะนำ: “Green Hell”, “Death Comes Ripping”, “Die, Die My Darling”

ปกอัลบั้ม American Psycho ของ The Misfits

American Psycho

1997

การกลับมาพร้อม Michale Graves ร้องนำ เสียงกีตาร์ใหญ่ขึ้นและการผลิตชัดกว่าเดิม แต่ยังรักษาท่อนประสานกับเรื่องสยองขวัญเอาไว้

เพลงแนะนำ: “Dig Up Her Bones”, “American Psycho”, “The Shining”

ปกอัลบั้ม Famous Monsters ของ The Misfits

Famous Monsters

1999

ยุค Graves ที่เน้นเมโลดี้และบรรยากาศหนังสยองขวัญมากขึ้น มีทั้งเพลงเร็ว เพลงกลาง และเพลงช้าที่กลายเป็นเพลงร้องตามประจำคอนเสิร์ต

เพลงแนะนำ: “Scream!”, “Saturday Night”, “Helena”

ปกอัลบั้ม Project 1950 ของ The Misfits

Project 1950

2003

อัลบั้มคัฟเวอร์ร็อกแอนด์โรลยุค 1950 ที่ Jerry Only ร้องนำ แสดงรากของเมโลดี้และเสียงประสานที่ซ่อนอยู่ในเพลง Misfits มาตลอด

เพลงแนะนำ: “This Magic Moment”, “Dream Lover”, “Great Balls of Fire”

ปกอัลบั้ม The Devil's Rain ของ The Misfits

The Devil’s Rain

2011

อัลบั้มเพลงแต่งใหม่ยุค Jerry Only ร้องนำ ใช้เสียงที่ใหญ่และหนักขึ้น พร้อมเนื้อหาเกี่ยวกับหนังสยองขวัญและเรื่องลึกลับแบบที่แฟนวงคุ้นเคย

เพลงแนะนำ: “The Devil’s Rain”, “Twilight of the Dead”, “Dark Shadows”

อัลบั้มแสดงสด 3 ชุด

ปกอัลบั้มแสดงสด Evilive ของ The Misfits

Evilive

1982 · ขยายเป็นอัลบั้มเต็มปี 1987

บันทึกจากการแสดงที่ The Ritz ในนิวยอร์กและ On Broadway ในซานฟรานซิสโก ฉบับแรกเป็นอีพี 7 เพลง ก่อนเพิ่มเพลงเป็นอัลบั้มแสดงสดเต็มชุด

เพลงแนะนำ: “20 Eyes”, “Horror Business”, “We Are 138”

ปกอัลบั้มแสดงสด Evilive II ของ The Misfits

Evilive II

1998

บันทึกจากทัวร์ยุค Michale Graves ระหว่างปี 1997-1998 และผลิตเพียง 4,033 ชุดสำหรับสมาชิก Fiend Club กับการขายในทัวร์

เพลงแนะนำ: “American Psycho”, “Dig Up Her Bones”, “Last Caress”

ปกอัลบั้มแสดงสด DEA.D. ALIVE! ของ The Misfits

DEA.D. ALIVE!

2013

อัลบั้มแสดงสดยุค Jerry Only ร้องนำ บันทึกในคืน Halloween ที่ Times Square นิวยอร์ก และเพิ่มเพลงจากการแสดงในนิวเจอร์ซีย์

เพลงแนะนำ: “The Devil’s Rain”, “Dig Up Her Bones”, “Saturday Night”

อัลบั้มรวมเพลง 4 ชุด

ปกอัลบั้มรวมเพลง Legacy of Brutality ของ The Misfits

Legacy of Brutality

1985

รวมเพลงบันทึกยุค 1978-1981 ที่ Glenn Danzig นำกลับมามิกซ์และอัดบางส่วนเพิ่ม ชุดนี้มีบทบาทสำคัญต่อข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์ในเวลาต่อมา

เพลงแนะนำ: “Static Age”, “Hybrid Moments”, “Where Eagles Dare”

ปกอัลบั้มรวมเพลง Misfits Collection I

Misfits (Collection I)

1986

อัลบั้มรวมเพลงที่ช่วยให้ผลงานยุคแรกซึ่งเคยกระจายตามซิงเกิลและอีพีหาได้ง่ายขึ้น เป็นชุดเริ่มต้นที่ครอบคลุมทั้งเสียงพังก์และฮาร์ดคอร์ของวง

เพลงแนะนำ: “She”, “Astro Zombies”, “Die, Die My Darling”

ปกอัลบั้มรวมเพลง Collection II ของ The Misfits

Collection II

1995

รวบรวมเพลงยุคดั้งเดิมอีกชุดและเติมหลายเพลงที่ไม่มีใน Collection I ทำให้สองชุดนี้มักถูกใช้คู่กันเพื่อสำรวจผลงานคลาสสิก

เพลงแนะนำ: “We Are 138”, “Last Caress”, “Halloween”

ปกอัลบั้มรวมเพลง Cuts from the Crypt ของ The Misfits

Cuts from the Crypt

2001

รวมเดโม เพลงหายาก เพลงคัฟเวอร์ และงานที่ไม่ได้อยู่ในอัลบั้มหลักจากยุค 1996-2001 เหมาะกับคนที่ฟังสองอัลบั้มยุค Graves แล้วอยากเก็บรายละเอียดต่อ

เพลงแนะนำ: “Monster Mash”, “Scream” ฉบับเดโม, “Bruiser”

ภาพปกอัลบั้มจาก Official Misfits Discography ใช้เพื่อประกอบข้อมูลรายชื่อผลงาน

Related Reading

Punk

จุดกำเนิด Horror Punk: เมื่อเพลงพังก์ผสมหนังสยองขวัญ

เพลงพังก์ที่เร็วและสนุก ผสมกลิ่นอายหนังผีเก่า ๆ ทั้งเนื้อเพลงเรื่องซอมบี้ การแต่งหน้าเป็นศพ และบรรยากาศน่าขนลุก นี่คือ horror punk แนวเพลงที่เอาความน่ากลัวมาทำให้สนุก ตั้งแต่ต้นกำเนิดโดยวง Misfits จนถึงวงรุ่นใหม่

admin 1 month ago
Punk

จุดกำเนิดดนตรี Punk: เสียงดิบ แนวคิด DIY และการแต่งตัว

อ่านจุดกำเนิดดนตรี Punk แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ซีนเล็กในนิวยอร์กและลอนดอน แนวคิด DIY ไปจนถึงที่มาของการแต่งตัวแบบพังก์

admin 1 month ago
Punk

ประวัติ Blink-182: จากวงพังก์ชานเมืองสู่ตำนาน Pop-Punk

ย้อนเส้นทาง Blink-182 ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในแคลิฟอร์เนีย สมาชิกทั้งอดีตและปัจจุบัน ไปจนถึงสไตล์เพลงที่เปลี่ยน pop-punk ให้กลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลัก

admin 2 months ago