SPEED คือวงฮาร์ดคอร์จากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่เปลี่ยนพลังของมิตรภาพ ชุมชน และอัตลักษณ์ให้กลายเป็นดนตรีหนักหน่วง วงไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะริฟฟ์กีตาร์ที่กระแทกตรงจังหวะหรือท่อน breakdown ที่ชวนให้คนดูเคลื่อนไหว แต่ยังยืนยันว่าฮาร์ดคอร์คือพื้นที่ซึ่งผู้คนสามารถยืนเคียงข้างกันได้ ไม่ว่าจะมีพื้นเพแบบใดก็ตาม
นับตั้งแต่รวมวงในปี 2019 SPEED เติบโตจากซีน Sydney Hardcore ไปสู่เทศกาลและทัวร์ระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว เสียงของพวกเขาเชื่อมความหนักแบบ New York hardcore ยุค 1990 เข้ากับประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่ เนื้อเพลงจึงพูดได้ทั้งเรื่องความภักดี ความรักที่มีต่อเพื่อน การต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ และการรับมือกับความสูญเสีย

ประวัติ SPEED: จาก Sydney Hardcore สู่เวทีโลก
SPEED ก่อตั้งขึ้นในซิดนีย์เมื่อปี 2019 หลังจากวง Endless Heights ยุติกิจกรรม Jem Siow ต้องการสร้างวงที่สะท้อนความรู้สึกที่เขามีต่อฮาร์ดคอร์อย่างตรงไปตรงมา เขาจึงชวน Aaron Siow น้องชายของตน พร้อมด้วยเพื่อนในซีนมารวมตัวกัน จุดตั้งต้นของ SPEED ไม่ใช่แผนธุรกิจหรือความต้องการเป็นวงกระแสหลัก แต่เป็นความตั้งใจที่จะเล่นดนตรีกับคนที่ไว้ใจกันและช่วยให้ชุมชนฮาร์ดคอร์ในบ้านเกิดแข็งแรงขึ้น
เดโมชุดแรกในปี 2019 และแผ่น 2020 Flex แนะนำซาวด์ที่สั้น กระชับ และหนักแน่น ต่อมาเพลง We See U ในปี 2021 และอีพี Gang Called Speed ในปี 2022 ทำให้ชื่อของวงขยายออกนอกออสเตรเลีย เพลง Not That Nice จากอีพีดังกล่าวพูดถึงความรุนแรงและการเหยียดคนเชื้อสายเอเชีย ขณะที่การแสดงในเทศกาล Sound and Fury ปี 2022 กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้ฟังทั่วโลกเห็นพลังของวงบนเวที
SPEED เดินหน้าด้วยอัลบั้มเต็มชุดแรก Only One Mode ซึ่งออกวันที่ 12 กรกฎาคม 2024 ผ่าน Last Ride Records และ Flatspot Records อัลบั้มนี้ได้รับรางวัล Best Hard Rock or Heavy Metal Album จาก ARIA Awards ปี 2024 จากนั้นวงยังขึ้นแสดงที่ Coachella ในปี 2025 และกลายเป็นวงฮาร์ดคอร์จากออสเตรเลียวงแรกที่ได้เล่นในเทศกาลนี้

สมาชิก SPEED: ห้าคนที่ขับเคลื่อนวง
ไลน์อัปของ SPEED เป็นกลุ่มเพื่อนที่เติบโตมากับซีนดนตรีเดียวกัน ความสัมพันธ์นี้สำคัญต่อทั้งวิธีแต่งเพลงและบรรยากาศบนเวที เพราะสมาชิกแต่ละคนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเล่นเครื่องดนตรี แต่ร่วมกันกำหนดทิศทางของวงและชุมชนที่อยู่รอบตัว
- Jem Siow – ร้องนำ และฟลูต เป็นผู้ก่อตั้งวงและผู้สื่อสารแนวคิดเรื่องมิตรภาพ อัตลักษณ์ และชุมชนผ่านเนื้อเพลง
- Aaron Siow – เบส น้องชายของ Jem ทำหน้าที่สร้างน้ำหนักและ groove ในภาคจังหวะ
- Josh Clayton – กีตาร์ ร่วมสร้างริฟฟ์แบบ metallic hardcore และจังหวะที่เปิดพื้นที่ให้การแสดงสดระเบิดพลัง
- Dennis Vichidvongsa – กีตาร์ เติมชั้นของริฟฟ์ เสียงประสาน และแรงกระแทกให้ซาวด์ของวง
- Kane Vardon – กลอง ควบคุมการสลับระหว่างความเร็ว จังหวะหยุด และ breakdown ที่เป็นหัวใจของ SPEED
Jem และ Aaron มีเชื้อสายมาเลเซียเชื้อสายจีน ส่วนสมาชิกคนอื่นมีพื้นเพที่หลากหลาย ภาพของวงจึงสะท้อนซิดนีย์ในฐานะเมืองพหุวัฒนธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ SPEED ใช้ตำแหน่งของตนเพื่อย้ำว่าคนเชื้อสายเอเชียและผู้ฟังจากทุกชุมชนมีพื้นที่ในดนตรีฮาร์ดคอร์

สไตล์เพลง: Metallic Hardcore ที่หนัก เร็ว และมี Groove
รากของ SPEED อยู่ใน hardcore punk และ metallic hardcore โดยได้รับอิทธิพลจากวงอย่าง Biohazard, Merauder และ Trapped Under Ice เพลงมักใช้กีตาร์จูนต่ำ ริฟฟ์สั้นที่จำได้ทันที เสียงตะโกนแบบหมู่ และจังหวะ breakdown ที่หนักแน่น วงให้ความสำคัญกับ groove มากพอ ๆ กับความเร็ว ทำให้เพลงมีทั้งช่วงพุ่งตรงและช่วงที่คนฟังสามารถขยับตามจังหวะได้
แม้เครื่องดนตรีจะดุดัน แต่แก่นของ SPEED ไม่ได้สร้างขึ้นจากความก้าวร้าวอย่างไร้ทิศทาง เพลงอย่าง Real Life Love พูดถึงความภักดีและความรักที่เกิดขึ้นจริงระหว่างเพื่อน ส่วน The First Test สร้างความประหลาดใจด้วยท่อนฟลูตของ Jem ซึ่งเชื่อมพื้นเพทางวัฒนธรรมเข้ากับภาษาเสียงของฮาร์ดคอร์โดยไม่ลดทอนความหนักของเพลง
การแสดงสดคือส่วนสำคัญของสไตล์วง สมาชิกเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมร้องและกระโดดขึ้นเวที และมองผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง แนวคิดนี้ทำให้คอนเสิร์ตของ SPEED มีลักษณะคล้ายการรวมตัวของชุมชนมากกว่าการแสดงที่มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างศิลปินกับคนดู

จาก Only One Mode ถึง All My Angels และอิทธิพลต่อวงการ
Only One Mode รวบรวมแนวคิดของ SPEED ไว้อย่างชัดเจน ทั้งความหนักแบบฮาร์ดคอร์ยุค 1990 การปกป้องชุมชน และความเชื่อว่าความสำเร็จไม่ควรทำให้วงห่างจากรากของตน เพลงในอัลบั้มถูกผลิตโดย Elliott Gallart ผู้ร่วมงานกับวงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รายละเอียดของกีตาร์และกลองชัดขึ้นโดยยังรักษาความรู้สึกดิบแบบห้องซ้อมไว้
ปี 2025 วงออกอีพี All My Angels ซึ่งประกอบด้วยเพลง Ain’t My Game, Peace และ All My Angels เนื้อหาเกิดจากการสูญเสียเพื่อนสนิทสามคน จึงเปิดอีกด้านของวงที่พูดถึงความเศร้า ความทรงจำ และความรักแบบไม่มีเงื่อนไข งานชุดนี้แสดงให้เห็นว่า SPEED สามารถรักษาพลังทางดนตรีไว้พร้อมกับขยายอารมณ์ของบทเพลงให้ลึกขึ้น
อิทธิพลของ SPEED ไม่ได้วัดจากยอดฟังหรือขนาดเวทีเท่านั้น ความสำคัญของวงอยู่ที่การทำให้ Sydney Hardcore เป็นที่สนใจในระดับนานาชาติ พร้อมนำภาพของนักดนตรีเอเชียออสเตรเลียและชุมชนที่หลากหลายเข้าสู่พื้นที่ฮาร์ดคอร์กระแสหลัก สำหรับ SPEED คำว่า hardcore จึงหมายถึงทั้งรูปแบบดนตรี วิธีปฏิบัติต่อเพื่อน และความรับผิดชอบต่อพื้นที่ที่หล่อหลอมวงขึ้นมา
Keywords: SPEED, SPEED Hardcore, ประวัติวง SPEED, Sydney Hardcore, Australian Hardcore, Hardcore Punk, Metallic Hardcore, Only One Mode, Gang Called Speed, All My Angels, Jem Siow
แหล่งข้อมูล: ประวัติศิลปิน SPEED โดย TWNTY THREE, ข่าวเปิดตัวอัลบั้ม Only One Mode, ข่าวอีพี All My Angels, Flatspot Records และ GRAMMY.com