Sign in Subscribe
NewsNu-Metal › ประวัติ Wes Borland: จากศิลปินภาพสู่สถาปนิกเสียงของ…
Nu-Metal

ประวัติ Wes Borland: จากศิลปินภาพสู่สถาปนิกเสียงของ Limp Bizkit

Wes Borland แสดงสดกับ Limp Bizkit ในปี 2019 · ภาพ: Quintin Soloviev / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

Wes Borland ได้กีตาร์ Jackson King V รุ่นซิกเนเจอร์อย่างเป็นทางการในปี 2026 หลังใช้กีตาร์ทรง V ดัดแปลงบนเวที Limp Bizkit มานานหลายปี ข่าวนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การเพิ่มสินค้าหนึ่งรุ่นในแคตตาล็อก แต่เป็นข้อสรุปที่เหมาะกับมือกีตาร์ผู้ใช้เวลาสามทศวรรษทำให้สิ่งผิดรูปกลายเป็นลายเซ็น ทั้งกีตาร์กลับด้าน ริฟฟ์ที่เหมือนเครื่องจักรสะดุด และเครื่องแต่งกายซึ่งทำให้เวที nu-metal กลายเป็นพื้นที่ของ performance art

กีตาร์ที่เริ่มจากของผิดพลาด

ต้นแบบของ King V รุ่นนี้มาจากกีตาร์มือซ้ายที่ Borland พบในกลุ่มเครื่องดนตรีซึ่งไม่ได้ผ่านสเปกตามปกติ เขานำมันมาดัดแปลงเพื่อเล่นแบบถนัดขวา ผลคือทรงกีตาร์และโลโก้บนหัวกลับทิศอย่างจงใจ Jackson เก็บรายละเอียดนั้นไว้ในรุ่นซิกเนเจอร์ พร้อมติดตั้ง Seymour Duncan Invader, Floyd Rose และปุ่มควบคุมเท่าที่จำเป็น

แนวคิด “ภายนอกสุดขั้ว ภายในตรงไปตรงมา” อยู่กับ Borland มาตลอด เขาให้สัมภาษณ์ในปี 2026 ว่ากีตาร์สำหรับเล่นสดต้องการเพียงเสียงดัง ปิ๊กอัพ ระบบ tremolo แบบล็อก และ 24 เฟรต ยิ่งวงจรง่าย ปัญหาบนเวทียิ่งน้อย แต่ความเรียบง่ายด้านฮาร์ดแวร์ไม่ได้แปลว่าเสียงจะธรรมดา เพราะมือขวา จังหวะหยุด และการควบคุมคันโยกของเขาเป็นตัวทำให้เครื่องดนตรีมีบุคลิก

Wes Borland มือกีตาร์ Limp Bizkit ในปี 2022
Wes Borland ปี 2022 · ภาพ: Quintin Soloviev / Wikimedia Commons (CC BY 4.0) ดูภาพต้นฉบับ

เด็กศิลปะที่กลายเป็นมือกีตาร์ nu-metal

Borland เกิดที่ริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ในปี 1975 และเติบโตผ่านแนชวิลล์ก่อนมาถึง Jacksonville เขาเรียนศิลปะที่ Douglas Anderson School of the Arts และสนใจงานประติมากรรมกับเอฟเฟกต์พิเศษ เมื่อเข้าร่วม Limp Bizkit ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เขาจึงไม่ได้คิดถึงเสียงกีตาร์แยกจากภาพบนเวที

ความต่างระหว่าง Borland กับ Fred Durst กลายเป็นกลไกสำคัญของวง Durst สื่อสารตรง ใช้แร็ปและท่าทีแบบ street culture ขณะที่ Borland สร้างเสียงและภาพที่ชวนไม่สบายใจ ใบหน้าทาสี คอนแทคเลนส์สีดำ และเครื่องแต่งกายที่เหมือนตัวละครจากหนังทดลองทำให้ Limp Bizkit ไม่เคยเป็นเพียงวงฮิปฮอปที่เพิ่มกีตาร์หนักเข้าไป

Wes Borland บนเวที Rock am Ring ปี 2013
Wes Borland กับงานแต่งหน้าและเครื่องแต่งกายบนเวที Rock am Ring ปี 2013 · ภาพ: Achim Raschka / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) ดูภาพต้นฉบับ

ทำไมริฟฟ์ของเขาจึงจำง่าย

ริฟฟ์ของ “Nookie”, “Break Stuff”, “Re-Arranged”, “My Way” หรือ “Boiler” ไม่ได้พยายามอวดความเร็ว แต่ยึด groove เป็นหลัก Borland ใช้เสียงต่ำ ฮาร์โมนิก ช่องว่าง และจังหวะที่คุยกับกลองของ John Otto เขาเล่าว่าในช่วงเริ่มเล่นไม่มีเงินซื้อเอฟเฟกต์ จึงทดลองกับ Floyd Rose และค่อย ๆ พัฒนาวิธีดันคันโยกเหมือนทรอมโบน ให้ระดับเสียงพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงตามจังหวะ kick กับ snare

เขายังสร้างกีตาร์สี่สายจูนพิเศษเพื่อสลับระหว่างสายเสียงต่ำแบบเบสกับโน้ตกีตาร์อย่างรวดเร็ว วิธีนี้ทำให้เพลงของ Limp Bizkit มีแรงกระแทกโดยไม่ต้องวางคอร์ดหนาทับทุกห้อง เมื่อ DJ Lethal, Sam Rivers และ Otto เติมพื้นที่ของตน เสียงทั้งวงจึงขยับเหมือนระบบเดียวกัน

Wes Borland เล่นกีตาร์กับ Limp Bizkit ในปี 2021
Wes Borland กับ Limp Bizkit ที่ Festival of the Lakes ปี 2021 · ภาพ: ECarterSterling / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0) ดูภาพต้นฉบับ

ออกจากวงเพื่อกลับมาเข้าใจวง

Borland ออกจาก Limp Bizkit ในปี 2001 หลังความสำเร็จระดับมหาศาลของ Significant Other และ Chocolate Starfish and the Hot Dog Flavored Water เขากลับมาทำ The Unquestionable Truth (Part 1) ในปี 2004 แยกออกไปอีกครั้ง และคืนวงอย่างจริงจังในปี 2009 ภายหลังเขาอธิบายว่าการกลับมาครั้งนั้นเกิดจากการพบว่าเขากับ Durst ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างมีสิ่งที่อีกคนทำไม่ได้

ช่วงที่อยู่นอกวงเปิดพื้นที่ให้ Big Dumb Face, Black Light Burns และงานร่วมกับศิลปินอื่น ตั้งแต่ From First to Last ไปจนถึง Danny Elfman งานเหล่านี้มีตั้งแต่เพลงทดลองตลกร้าย industrial rock ไปจนถึงดนตรีประกอบแบบภาพยนตร์ และทำให้เห็นว่าเสียงกีตาร์ของ Borland ไม่ได้ผูกติดกับสูตร rap-rock เพียงแบบเดียว

Wes Borland แสดงกับ Black Light Burns ในปี 2009
Wes Borland ในฐานะฟรอนต์แมน Black Light Burns ปี 2009 · ภาพ: Robert the Noid / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0) ดูภาพต้นฉบับ

มากกว่ามือกีตาร์ทาหน้า

การกลับมาของ nu-metal ในวัฒนธรรมร่วมสมัยทำให้ผู้ฟังรุ่นใหม่มอง Limp Bizkit พ้นจากเสียงวิจารณ์ยุค MTV มากขึ้น และ Borland คือคนที่ได้ประโยชน์จากการอ่านใหม่นั้นอย่างชัดเจน ผู้ชมเริ่มเห็นว่างานแต่งหน้าไม่ใช่มุก ริฟฟ์ง่ายไม่ได้แปลว่าคิดน้อย และการวางตัวเป็นคู่ตรงข้ามกับฟรอนต์แมนคือส่วนหนึ่งของการออกแบบวง

กีตาร์ King V รุ่นซิกเนเจอร์จึงมาถูกเวลา มันไม่ได้เปลี่ยนสถานะของ Borland แต่ทำให้สิ่งที่เขาทำมานานถูกบันทึกเป็นวัตถุอย่างเป็นทางการ: นำของที่กลับด้าน ไม่สมบูรณ์ และดูเกินจริง มาตัดทอนจนเหลือเครื่องมือที่ใช้งานได้แม่นยำ นั่นคือวิธีเดียวกับที่เขาใช้สร้างเสียงของ Limp Bizkit มาตั้งแต่ Jacksonville

อ่านประวัติ ผลงานข้างเคียง และพัฒนาการด้านภาพของเขาเพิ่มเติมได้ที่หน้า Artists: Wes Borland

ข้อมูลอ้างอิง: Guitar World, MusicRadar, บทสัมภาษณ์ด้านอุปกรณ์และเทคนิค และ ข้อมูลชีวประวัติ

Related Reading

Nu-Metal

ประวัติ Chester Bennington: เสียงแห่งความเจ็บปวด ความหวัง และ Linkin Park

จากเด็กหนุ่มใน Phoenix และวง Grey Daze สู่การเป็นเสียงสำคัญของ Linkin Park รวมเส้นทาง Dead by Sunrise, Stone Temple Pilots และมรดกที่ Chester Bennington ทิ้งไว้ให้โลกดนตรี

admin 2 months ago
Nu-Metal

ประวัติ Limp Bizkit: จากแจ็กสันวิลล์สู่ตำนาน Nu-Metal

รีไรท์ประวัติ Limp Bizkit จาก Wikipedia: จากจุดเริ่มต้นใน Jacksonville สู่ยุคทองของ nu-metal, ความขัดแย้ง, การกลับมารวมตัว และเหตุผลที่วงยังสำคัญต่อดนตรีหนักยุคใหม่

admin 2 months ago
Nu-Metal

ประวัติ Linkin Park: เสียงแห่งนูเมทัลที่นิยามคนทั้งเจเนอเรชัน

จากวงเด็กหนุ่มในแคลิฟอร์เนีย สู่หนึ่งในวงที่นิยามเสียงของนูเมทัลยุค 2000 ด้วยการผสมแร็ป ร็อก และอิเล็กทรอนิกส์ — ประวัติ Linkin Park วงที่เปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลัง และเสียงของคนทั้งเจเนอเรชัน

admin 2 months ago

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *