Sign in Subscribe
Artist

Wes Borland

Jacksonville, Florida, USA Active since 1994 Nu-Metal

Discography

Significant Other

1999 · Limp Bizkit
★★★★★

Chocolate Starfish and the Hot Dog Flavored Water

2000 · Limp Bizkit
★★★★★

Duke Lion Fights the Terror!!

2001 · Big Dumb Face
★★★★☆

Cruel Melody

2007 · Black Light Burns
★★★★☆

Crystal Machete

2016 · Solo
★★★★☆

Still Sucks

2021 · Limp Bizkit
★★★★☆

About

Wes Borland คือมือกีตาร์และศิลปินภาพผู้ทำให้เสียงของ Limp Bizkit มีมิติไกลกว่าป้าย nu-metal ริฟฟ์ของเขาหนักแต่ไม่ทื่อ มีช่องว่างให้กลอง เบส และแร็ปทำงาน ขณะที่ภาพลักษณ์บนเวทีตั้งแต่บอดี้เพนต์ คอนแทคเลนส์ ไปจนถึงเครื่องแต่งกายที่เหมือนหลุดจากงาน performance art ทำให้เขาเป็นหนึ่งในมือกีตาร์ที่มองครั้งเดียวก็จำได้ทันที

จากห้องเรียนศิลปะสู่ Jacksonville

Wesley Louden Borland เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1975 ที่เมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ก่อนครอบครัวจะย้ายผ่านแนชวิลล์และมาตั้งหลักที่ Jacksonville รัฐฟลอริดา เขาเรียนที่ Douglas Anderson School of the Arts และสนใจทั้งประติมากรรม ภาพวาด และงานเอฟเฟกต์พิเศษ ความคิดแบบศิลปินภาพจึงมาก่อนชื่อเสียงในฐานะมือกีตาร์ และต่อมากลายเป็นรากของทุกสิ่งที่เขาทำบนเวที

Borland เข้าร่วม Limp Bizkit ในช่วงก่อตั้งวงกลางทศวรรษ 1990 เมื่อ Fred Durst, Sam Rivers และ John Otto กำลังพัฒนาเสียงที่ผสมฮิปฮอปกับเมทัล เขาไม่ได้เข้ามาเพียงเติมกีตาร์ให้วง แต่เข้ามาสร้างภาษาที่ตรงข้ามกับ Durst อย่างพอดี ฝั่งหนึ่งคือฟรอนต์แมนที่สื่อสารตรงและพร้อมชน อีกฝั่งคือมือกีตาร์เงียบขรึมที่ชอบเสียงแปลก รูปทรงประหลาด และรายละเอียดซึ่งไม่ยอมวางตัวอยู่กลางสูตรสำเร็จ

Wes Borland บนเวที Rock am Ring ปี 2013
Wes Borland กับงานแต่งหน้าและเครื่องแต่งกายบนเวที Rock am Ring ปี 2013 · ภาพ: Achim Raschka / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) ดูภาพต้นฉบับ

ริฟฟ์ที่หนักเพราะรู้จักเว้นที่

แก่นของสไตล์ Borland ไม่ได้อยู่ที่การเล่นโน้ตจำนวนมาก แต่อยู่ที่การเลือกจังหวะและน้ำหนัก เพลงอย่าง “Counterfeit”, “Nookie”, “Break Stuff”, “Re-Arranged”, “My Way” และ “Boiler” แสดงให้เห็นว่าเขาใช้ริฟฟ์สั้น เสียงฮาร์โมนิก การหยุดฉับพลัน และการดันคันโยก tremolo ให้เกิดบทสนทนากับกลองได้อย่างไร เขาเคยอธิบายกับ Guitar World ว่าตอนเริ่มเล่นเขาไม่มีเงินซื้อเอฟเฟกต์ จึงทดลองกับ Floyd Rose จนพบวิธีใช้คันโยก “เหมือนทรอมโบน” เพื่อดึงโน้ตขึ้นลงตาม kick และ snare

ความชอบกีตาร์ที่ไม่ปกติยังนำไปสู่เครื่องดนตรีสี่สายซึ่งจูนแบบเฉพาะตัว กีตาร์กึ่งบาริโทน และการใช้สายเบสร่วมกับสายกีตาร์เพื่อกระโดดข้ามช่วงเสียงอย่างรวดเร็ว เมื่อรวมกับแอมป์กำลังสูง เสียงคลีนกว้าง และเอฟเฟกต์ที่ใช้เฉพาะจุด ริฟฟ์ของเขาจึงมีทั้งความหนา ความลื่น และความรู้สึกเหมือนเครื่องจักรที่กำลังเสียสมดุลโดยตั้งใจ

Wes Borland เล่นกีตาร์กับ Limp Bizkit ในปี 2021
Wes Borland กับ Limp Bizkit ที่ Festival of the Lakes ปี 2021 · ภาพ: ECarterSterling / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0) ดูภาพต้นฉบับ

เครื่องแต่งกายไม่ใช่ของตกแต่ง

บนเวที Borland มักซ่อนใบหน้าจริงไว้ใต้สี หน้ากาก หรือคอนแทคเลนส์สีดำ เขาสร้างเครื่องแต่งกายจำนวนมากด้วยตัวเอง และมองตัวละครแต่ละชุดเป็นส่วนขยายของเพลงมากกว่าเครื่องแต่งกายเรียกความสนใจ จุดนี้ทำให้เขาต่างจากภาพจำของวง rap-rock ทั่วไป: ขณะที่ Durst ใช้ภาษาสตรีทและหมวกแก๊ปเพื่อทำลายระยะห่างกับคนดู Borland กลับสร้างสิ่งมีชีวิตที่ดูห่างไกลจากมนุษย์ ทั้งสองขั้วทำให้เวที Limp Bizkit มีแรงดึงดูดเฉพาะตัว

ภาพลักษณ์นั้นไม่ได้บดบังฝีมือ แต่ช่วยอธิบายวิธีคิดของเขา Borland วางเสียงกีตาร์เหมือนจัดองค์ประกอบภาพ เขารู้ว่าเมื่อใดควรปล่อยพื้นที่ดำ เมื่อใดควรเติมสีจัด และเมื่อใดควรทำลายสมมาตร ริฟฟ์ของเขาจึงรับใช้เพลงโดยไม่สูญเสียลายมือ แม้คนฟังไม่เห็นผู้เล่นก็ยังเดาได้ว่าเสียงนั้นมาจากใคร

การออกจากวงและการกลับมา

หลัง Limp Bizkit ขึ้นถึงจุดสูงสุดจาก Significant Other และ Chocolate Starfish and the Hot Dog Flavored Water Borland ออกจากวงในปี 2001 ช่วงที่ความดังมหาศาลเริ่มกลายเป็นแรงกดทับ เขากลับมาในปี 2004 เพื่อทำ The Unquestionable Truth (Part 1) ก่อนแยกทางอีกครั้ง และตัดสินใจกลับสู่ไลน์อัพในปี 2009 การคืนวงครั้งหลังไม่ใช่การลืมความขัดแย้ง แต่เป็นการยอมรับว่าความต่างระหว่างเขากับ Durst คือส่วนประกอบสำคัญของวง

ในบทสัมภาษณ์ช่วง Gold Cobra เขาบอกว่าได้ยอมรับแล้วว่า Limp Bizkit คือวงที่ตนร่วมสร้างมาตั้งแต่ต้น ท่าทีนี้ช่วยให้การกลับมามีความมั่นคงกว่าเดิม และเปิดทางให้ Still Sucks ในปี 2021 ฟังเหมือนวงที่รู้จักภาพล้อเลียนของตัวเอง แต่ยังเล่นริฟฟ์หนักได้โดยไม่ต้องขอโทษอดีต

Wes Borland แสดงกับ Black Light Burns ในปี 2009
Wes Borland ในฐานะฟรอนต์แมน Black Light Burns ปี 2009 · ภาพ: Robert the Noid / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0) ดูภาพต้นฉบับ

Big Dumb Face, Black Light Burns และโลกนอกวง

Borland ใช้โปรเจกต์ข้างเคียงเป็นห้องทดลองมาตลอด เขาก่อตั้ง Big Dumb Face กับ Scott Borland เพื่อทำเพลงทดลองที่ผสมเมทัล อิเล็กทรอนิกส์ และอารมณ์ขันเหนือจริง ต่อมาเขาเป็นนักร้องนำและมือกีตาร์ของ Black Light Burns ซึ่งมีโทน industrial และ alternative rock จริงจังกว่า นอกจากนี้ยังเล่นหรือบันทึกเสียงร่วมกับ From First to Last, Queen Kwong และวงของ Danny Elfman งานเหล่านี้ยืนยันว่าเขาไม่เคยมองตัวเองเป็นเพียงสมาชิกวงที่มีเพลง “Rollin’”

King V และสถานะในปี 2026

ปี 2026 Jackson เปิดตัว Pro Series Signature Wes Borland King V ซึ่งพัฒนาจากกีตาร์ทรง V มือซ้ายที่เขาดัดแปลงกลับมาเล่นแบบถนัดขวา รายละเอียดอย่างหัวกีตาร์โลโก้กลับด้าน, Seymour Duncan Invader, Floyd Rose และวงจรควบคุมที่ตัดเหลือเท่าที่จำเป็น สะท้อนปรัชญาของ Borland ได้ชัด: ภายนอกต้องสุดขั้ว แต่เครื่องมือบนเวทีต้องเรียบง่ายและทนพอให้เขาใช้งานอย่างหนัก

เมื่อมองย้อนจากกีตาร์รุ่นซิกเนเจอร์กลับไปยังเวทีคลับใน Jacksonville เส้นทางของ Wes Borland คือเรื่องของคนที่ไม่ยอมเลือกระหว่างศิลปะกับดนตรี เขาใช้สองสิ่งนี้สร้างตัวตนเดียวกัน และทำให้ Limp Bizkit มีทั้งแรงกระแทกทางเสียงกับภาพที่วัฒนธรรมร็อกยังหยิบกลับมาพูดถึง อ่านเรื่องราวฉบับข่าวและบริบทของกีตาร์รุ่นใหม่ได้ที่ Wes Borland กับกีตาร์ King V ที่สรุปตัวตนสามทศวรรษ

ข้อมูลอ้างอิง: Wes Borland, Guitar World, MusicRadar และ Kerrang!

Latest News

Nu-Metal · News

ประวัติ Chester Bennington: เสียงแห่งความเจ็บปวด ความหวัง และ Linkin Park

จากเด็กหนุ่มใน Phoenix และวง Grey Daze สู่การเป็นเสียงสำคัญของ Linkin Park รวมเส้นทาง Dead by Sunrise, Stone Temple Pilots และมรดกที่ Chester Bennington ทิ้งไว้ให้โลกดนตรี

admin 2 months ago 1 min read
Nu-Metal · News

ประวัติ Wes Borland: จากศิลปินภาพสู่สถาปนิกเสียงของ Limp Bizkit

กีตาร์ Jackson King V รุ่นซิกเนเจอร์ปี 2026 พาเราย้อนดูชีวิต ริฟฟ์ เครื่องแต่งกาย และการกลับคืนสู่ Limp Bizkit ของ Wes Borland

admin 2 months ago 1 min read
Nu-Metal · News

ประวัติ Limp Bizkit: จากแจ็กสันวิลล์สู่ตำนาน Nu-Metal

รีไรท์ประวัติ Limp Bizkit จาก Wikipedia: จากจุดเริ่มต้นใน Jacksonville สู่ยุคทองของ nu-metal, ความขัดแย้ง, การกลับมารวมตัว และเหตุผลที่วงยังสำคัญต่อดนตรีหนักยุคใหม่

admin 2 months ago 1 min read